อาหารตามวัยของเจ้าแมวเหมียว

อาหารของเจ้าแมวเหมียวมีมากมายหลากหลายชนิด การเลือกอาหารให้แมวต้องคำนึงถึงเพศ อายุ สุขภาพ และความชอบของเจ้าแมวเหมียว การเลือกอาหารให้แมวแต่ละวัยนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอาหารแมวแต่ละวัยจะให้สารอาหารและคุณประโยชน์แตกต่างกันไป เรามาลองดูกันว่าอาหารสำหรับแมวในแต่ละวัยนั้นจะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

1.อาหารสำหรับลูกแมว
ลูกแมวเป็นวัยที่ต้องการนมจากแม่แมวมากที่สุด การที่แม่แมวเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะดีที่สุด เนื่องจากมันจะช่วยเรื่องของภูมิคุ้มกันที่ดีต่อลูกแมว นมแม่แมวยังมีสารอาหารที่ดี ครบถ้วน หากลูกแมวเริ่มหย่านมจากแม่แมวแล้ว ควรเลือกอาหารชนิดเปียกที่เป็นอาหารสำหรับลูกแมว ป้อนหรือหัดให้ลูกแมวกินในชามวันละ 3 เวลา ซึ่งอาหารเปียกของลูกแมวมีหลากหลายรสชาติให้เลือก ในอาหารเปียกจะมีสารอาหาร มีวิตามิน แร่ธาตุที่ลูกแมวต้องการ เพื่อช่วยให้ลูกแมวเติบโตอย่างแข็งแรง สุขภาพดีตามวัยของเขา แต่จะให้ดีควรให้ลูกแมวกินนมแพะเสริมบ้างในแต่ละวัน เพราะจะช่วยให้ลูกแมวแข็งแรงและโตเร็วตามไปด้วย

2.อาหารสำหรับแมวโต
สำหรับแมวโตเต็มวัย วัยนี้เจ้าแมวเหมียวมันสามารถหากินได้เอง หากเป็นแมวที่เลี้ยงแบบเปิด มันจะชอบไปล่าหนู จิ้งจก หรือสัตว์อื่นมาเป็นอาหาร แต่โดยส่วนใหญ่หากเจ้าของดูแลเรื่องอาหารการกินของแมววัยโตด้วยการให้อาหารเม็ดและอาหารเปียกสลับกันไปเป็นเวลาทุกวันวันละ 3 มื้อ ก็จะช่วยให้เจ้าแมวเหมียวไม่ออกล่าหากินเอง หากแมวโตเต็มวัยเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วอาจจะลดอาหารเหลือเพียงวันละ 2 มิ้อ เช้าและเย็น ก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากเขารู้ถึงรอบการกินอาหารในแต่ละมื้อแล้ว การเลือกอาหารสำหรับแมวโต สามารถเลือกได้ตามช่วงอายุของเขา ซึ่งในอาหารแมวแต่ละแบบจะมีรายละเอียดหน้าซองว่าสำหรับแมวอายุเท่าไหร่อยู่แล้ว อาหารเม็ดของแมววัยโตจะเน้นเรื่องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและให้ขนสวยงาม คุณเพียงเลือกรสชาติที่เจ้าแมวเหมียวของคุณชื่นชอบมาให้เท่านั้นเอง

3.อาหารสำหรับแมวอายุมาก
เจ้าแมวเหมียวที่มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป ถือว่าเริ่มอายุมากแล้ว การเลือกอาหารสำหรับแมวอายุมาก ต้องเลือกที่เป็นแบบนิ่มๆ อาหารชนิดเม็ดอาจจะเลือกที่เม็ดเล็กลงมาบ้าง เนื่องจากแมวอายุมากบางตัวผันอาจจะหลุดไปบ้าง การเคี้ยวอาหารอาจจะยากสักหน่อย คุณควรเลือกอาหารเปียกที่มีรายละเอียดหน้าซองว่าสำหรับแมวอายุ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งในวัยนี้ ในอาหารจะเสริมวิตามิน สารอาหารสำหรับแมวอายุมากไว้เป็นอย่างดี ควรให้อาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น การเลือกอาหารให้เจ้าแมวเหมียวอายุมากต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษเปรียบเสมือนเราดูแลคนแก่ที่บ้าน

4.อาหารสำหรับแมวตั้งท้อง
อาหารสำหรับแมวตั้งท้อง วัยนี้ต้องการโปรตีนสูง ไขมันต่ำ เนื่องจากการตั้งท้องต้องสะสมอาหารให้ลูกน้อย ร่างกายของแม่แมวจะต้องการโปรตีนสูงเพื่อช่วยเสริมสร้างลูกน้อย การให้อาหารแมวตั้งท้องต้องเลือกเป็นพิเศษ เลือกอาหารที่ดี มีประโยชน์ มีวิตามิน แร่ธาตุเยอะๆ ควรให้อาหารวันละ 3 เวลา หากแม่แมวกินนมด้วยควรเสริมนมแพะให้แม่แมวเพื่อเสริมโปรตีนให้เยอะขึ้น แต่อย่าลืมว่าการดูแลแมวตั้งท้องไม่ควรให้อาหารมากเกินไปจนอ้วน หรือน้อยเกินไปจนผอม จะทำให้แมวมีปัญหาตอนคลอดลูก หากแมวอ้วนเกินไปเขาจะคลอดลูกได้ยาก หากแมวผอมเกินไปก็จะไม่มีแรงเบ่งเวลาคลอดลูก เราควรดูแลให้อาหารตามความเหมาะสมกับแมวตั้งท้อง เพื่อสุขภาพของเขานั่นเอง

5.อาหารสำหรับแมวป่วย
ตอนแมวป่วยหรือไม่สบาย มันมักจะไม่ค่อยกินอาหารปกติที่เคยกิน หรืออาจจะกินได้น้อยเกินไป ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร หรือมีอาหารไปเลี้ยงร่างกายน้อยเกินไป จะทำให้เจ้าแมวเหมียวไม่มีแรง และอาจจะเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น เราควรดูแลเจ้าแมวเหมียวโดยการซื้ออาหารเหลวทางการแพทย์สำหรับแมวมาให้เขากิน โดยสามารถใช้หลอดฉีดยามาดูดเอาอาหารเหลวป้อนเจ้าแมวเหมียววันละ 3 – 4 เวลา เนื่องจากแต่ละรอบเจ้าแมวเหมียวอาจจะกินได้น้อย หมั่นคอยดูแลเรื่องอาหารและน้ำดื่มสะอาดให้เขาบ่อย ๆ พอเจ้าแมวเหมียวเริ่มอาการดีขึ้น ค่อย ๆ ให้เขาเลียกินอาหารเปียกชนิดอ่อน ๆ ก่อน เพื่อช่วยให้เขาแข็งแรง และหายป่วยได้

การเลือกอาหารตามวัยต่าง ๆ ของเจ้าแมวเหมียวนั้นเป็นเรื่องที่เราควรเอาใจใส่ เพราะในแต่ละวัยของเจ้าแมวเหมียวมันต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน เพื่อเสริมสร้างกระดูก สร้างขน สร้างร่างกายให้เติบโตตามวัย การเลือกซื้ออาหารแมวทั้งชนิดเม็ด ชนิดเปียก สามารถเลือกตามรายละเอียดหน้าซองที่ระบุไว้ว่าสำหรับแมววัยไหน ส่วนเรื่องรสชาตินั้นมีมากมาย ทั้งปลาทะเล ปลาทูน่า ปลาแซลมอล ปลาเนื้อขาว ซีฟู้ด ไก่และตับ รสผักและอื่น ๆ อีกหลายรสชาติ คุณต้องสังเกตุเจ้าแมวเหมียวของคุณด้วยว่าเขาชอบรสชาติไหนเป็นพิเศษ คุณควรจะเลือกซื้อรสชาตินั้นให้เขาได้ทาน เพราะหากเขาชอบทานแล้ว เขาจะทานได้เยอะ หากเลือกรสชาติที่เจ้าแมวเหมียวไม่ชอบ เขาจะกินมันน้อยหรือไม่กินเลย ส่งผลต่อสุขภาพของเจ้าแมวเหมียวของคุณแน่นอน